ทำอย่างไรเมื่อได้รับหมายศาล(คดีแพ่ง)

มีหลายคนเมื่อได้รับหมายศาลแล้วมักจะตกใจกลัว ลนลาน จนทำอะไรไม่ถูก เพราะเมื่อได้รับหมายศาลแล้วมักจะนึกถึงเรื่องการถูกฟ้องไว้ก่อน แต่จริงๆแล้วหมายศาลมีหลายรูปแบบ หลายชนิดและไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหมายศาลที่ถูกฟ้องเสมอไป เพราะอาจจะเป็นหมายศาลในเรื่องอื่นๆก็ได้ และก่อนอื่นเมื่อได้รับหมายศาลแล้วอยากแรกที่ควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ “ตั้งสติ” แล้วดูให้รอบคอบว่าเป็นหมายศาลประเภทอะไร ??? / ส่งมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ??? / เราได้รับหมายในฐานะอะไร ??? เพราะเนื่องจากมีหมายศาลหลายประเภท ทั้งคดีแพ่ง และ คดีอาญา ดังนั้นเราควรเข้าใจประเภทของหมายศาลไว้บ้าง……

“หมายศาลในคดีแแพ่ง”

1. หมายเรียก และ สำเนาคำฟ้อง หรือ หมายเรียกในคดีแพ่งสามัญ

หากได้รับหมายนี้แสดงว่าผู้ที่ถูกมีชื่อในหมายได้ถูกฟ้อง และ ถูกเป็นจำเลยต่อศาลแล้ว
หน้าที่ที่ต้องทำ
– ทำคำให้การแก้คดียื่นต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน ( นับแต่วันที่ได้รับหมาย หรือ ถือว่าได้รับหมาย)
– การที่จะถือว่าได้รับหมาบ เช่นการปิดหมาย หมายถึงว่าผู้ถูกฟ้องไม่ยอมรับหมายเรียก จีงต้องทำการปิดหมาย และ สำเนาคำฟ้องไว้ ณ ภูมิเลาเนาของผู้ฟ้อง แต่วิธีปิดหมายจะมีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันปิดหมายได้ล่วงพ้นไปแล้ว
** ดังนั้น ผู้ที่ถูกฟ้องยังมีเวลาที่จะยื่นคำให้การแก้คดีได้รวม เป็น 30 วัน นับถัดจากวันปิดหมาย**
** ผู้ที่ถูกฟ้องควรที่จะยื่นคำให้การแก้คดีตามเวลาที่ศาลกำหนด มิฉะนั้นจะหมดสิทธิ์ในการต่อสู้คดี และ ทำให้แพ้คดีในที่สุด และยังไม่พอ เรายังต้องรับผิดตามฟ้องอีกด้วย
*** เมื่อได้รับหมายศาลควรรีบไปปรึกษาทนายความทันทีเพื่อปรึกษาและดำเนินการในการต่อสู้คดี ***

2. หมายเรียกคดีไม่มีข้อยุ่งยาก / หมายเรียกคดีมโนสาเร่

“คดีมโนสาเร่” คือคดีที่ฟ้องร้องกันโดยมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 40,000 บาท หรือ คดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่าขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท

หน้าที่ที่ต้องทำ

– จำเลยต้องมาศาลตามวันนัดพิจารณาในหมายเเพื่อทำการไกล่เกลี่ย และ ต้องการให้แก้คดี และ สืบพยาน – จำเลยจะยื่นคำให้การแก้คดีก่อนวันนัดได้ แต่อย่างช้าต้องไม่เกินวันนัด มิฉะนั้น ศาลจะพิจารณาคดีต่อไปโดยถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ หรือ ***ถ้าจำเลยไม่สามารถไปศาลได้ในวันดังกล่าวโดยไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง หรือ ขอเลื่อนคดี ศาลจะสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาด้วย และ ศาลจะพิจารณา ชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว*** “คดีไม่มีข้อยุ่งยาก” คือ คดีสามัญที่โจทย์ฟ้องขอให้ชำระเงินจำนวนาที่แน่นอนตามตั๋วเงิน (ตั๋วสัญญาใช้เงิน/ตั๋วแลกเงิน/เช็ค) หรือ ฟ้องตามสัญญาที่เป็นหนังสือสัญญาที่แท้จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย

หน้าที่ที่ต้องทำ

– จำเลยต้องมาศาล และ ให้การแก้คดีในวันนัดซึ่งเป็นวันพิจารณาด้วย ***ถ้าจำเลยไม่สามารถไปศาลได้ในวันดังกล่าวโดยไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง หรือ ขอเลื่อนคดี ศาลจะสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาด้วย และ ศาลจะพิจารณา ชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว***

3. หมายเรียกพยานเอกสาร หรือ วัตถุ

เมื่อได้รับหมายดังกล่าว ผู้มีชื่อในหมายมีหน้าที่ต้องจัดส่งเอกสาร หรือ วัตถุพยานไปยังศาลตามรายการที่ระบุไว้ในหมาย ** หากขัดขืนอาจจะมีความผิดฐานขัดขืนหมายศาลซี่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้จะมีระบุไว้ในด้านหลังของหมาย แต่หากว่าไม่มีเอกสาร หรือ วัตถุพยาน ตามหมายเรียกอยู่ในครอบครอง ให้ทำหนังสือชี้แจ้งไปยังศาล เพื่อให้ศาลและผู้ขอหมายทราบต่อไป แต่หากว่ามีบางส่วน หรือ มีแต่ไม่อาจส่งไปให้ทันตามกำหนดเวลาได้ ก็ต้องทำหนังสือแจ้งเหตุไปให้ทราบ

4. หมายเรียกพยานบุคคล

เมื่อได้รับหมายจะต้องไปศาลตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในหมาย เพื่อเบิกความเป็นพยานต่อศาล *หากขัดขืนไม่ไปศาลตามกำหนด อาจออกหมายจับเอาตัวไปกักขังได้ และ อาจถูกฟ้องได้* แต่หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถไปตามที่ศาลกำหนดได้ ก็สามารถทำหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องต่อศาลได้ และหากว่าผู้ขอหมายยังประสงค์จะให้เบิกความเป็นพยานต่อศาลอีกก็จะต้องส่งหมายมาให้อีกครั้งหนึ่ง

5. หมายบังคับคดี

เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีแล้ว และจำเลยไม่ยอมชำระหนี้ก็จะมีการออกหมายบังคับคดัส่งให้จำเลย เมื่อจำเลยได้รับหมายบังคับคดีนี้แล้ว มีหน้าที่ต้องปฎิบัติชำระหนี้ตามคำพิพากษา *** หากขัดขืน อาจถูกยึด หรือ อายัดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้


ใส่ความเห็น